การยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นใครยืม สามารถฟ้องศาลเพื่อเรียกเงินคืนจากลูกหนี้ได้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า การกู้ยืมเงิน 2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีสัญญาการกู้ยืมจึงจะสามารถฟ้องศาลได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี

1. มีสัญญากู้ยืมเงิน
กรณีมีสัญญาการยืมเงิน ผู้ให้กู้ต้องมีหนังสือสัญญากู้ยืมที่ระบุ สัญญาได้ทำขึ้นที่ไหน วัน-เวลาในการทำสัญญา รายละเอียดของผู้ให้กู้
2. ไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน
ไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน ตาม พ.ร.บว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ผู้ให้กู้สามารถใช้หลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ฟ้องต่อศาลได้โดย ต้องมีหลักฐานเป็นข้อความการสนทนาขอกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชันที่มีระบบปลอดภัยและเชื่อถือได้ เช่น Facebook, LINE และมีข้อความที่ระบุว่าใครเป็นผู้ขอยืม จำนวนเงินที่ยืม และจะใช้คืนเมื่อไหร่
นอกจากนี้ ต้องมีชื่อบัญชีผู้ใช้ ชื่อจริง บัญชีธนาคารของผู้กู้ยืม และสลิปหลักฐานการโอนเงินที่ระบุวันเวลาที่โอนเงิน ต้องเก็บหลักฐานไว้ทันทีที่มีการกู้ยืมเงิน (ฎีกาที่ 2162/2567)
ทั้งนี้ ความผิดฐานยืมเงินแล้วไม่คืน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 กรณีที่มีการระบุว่าจะชำระคืนเป็นงวด จะมีอายุความ 5 ปี ส่วนกรณีที่ไม่ได้ระบุว่าจะคืนเป็นงวด หรือไม่มีข้อกำหนดการชำระนี้ จะมีอายุความ 10
สามารถปรึกษาและติดต่อเพิ่มเติมได้ที่บริการ สำนักกฎหมายเนติศิลป์จำกัด (คลิกที่นี้)
ผู้เขียน : ทนายอิง
